พระราชบัญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ที่มา: website สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา
http://www.onec.go.th/cms/categoryview.php?categoryID=CAT0000011
เนื้อหาและประเด็นที่สำคัญ
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ "การศึกษา" หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงาม ของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต "การศึกษาขั้นพื้นฐาน" หมายความว่า การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา "การศึกษาตลอดชีวิต" หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสาน ระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
"มาตรฐานการศึกษา" หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา
มาตรา ๖ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
หมวด ๔แนวการจัดการศึกษา________________
มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(๑) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๒) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(๓) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(๔) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(๕) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา ๒๔ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(๒) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(๓) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น และทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(๔) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(๕) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ
(๖) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

เชิญนำเสนอประเด็นได้ครับ
ตอบลบประเด็น...แนวการจัดการศึกษา
ตอบลบเราได้ลองไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษามา..ก็ไปเจอบทความที่หน้าสนใจ ก็เลยอยากให้ทุกคนได้ลองศึกษาดู
เป็นบทวิเคราะห์ของ.... อ. อุ๋ม ครูภาษาไทย
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ครูภาษาไทย
บทวิเคราะห์ แนวทางการศึกษาพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย
สู่ “สังคมแห่งปัญญา”
บทวิเคราะห์ แนวคิดของความเปลี่ยนแปลงในสังคมสถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในความคิดเห็นแล้ว มีความเห็นแตกต่างไปจากนักเขียนเดิม อัลวิน ทอฟฟเลอร์ ที่เขียนไว้ โดยได้ยกตัวอย่างสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเปรียบเสมือนคลื่นที่มากระทบสังคม เฉกเช่นกัน ลองอ่านกันดูว่าความเห็นนี้ตรงกับความคิดของท่านหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
คลื่นลูกที่ ๑ ยุคโบราณ เป็นยุคสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย อาศัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ขาดการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างกลุ่มชนต่อกลุ่มชน
คลื่นลูกที่ ๒ ยุคสังคมเมือง ความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชน เริ่มขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับความเจริญทางด้านวัตถุวิวัฒนาการของสังคมความเปลี่ยนแปลง เป็น แรงผลักดันที่จะให้มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมให้สังคมเมืองเกิดความสับสนวุ่นวายมากขึ้น ผู้คนในสังคมเกิด
การแก่งแย่ง แข่งขันเพื่อความอยู่รอด
คลื่นลูกที่ ๓ ยุคโลกาภิวัตน์ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งระบบ นับตั้งแต่สังคมที่เปลี่ยนไปจากเดิม การสื่อสารของคนในสังคมง่ายสะดวกสบาย ทำให้กลุ่มคนลุ่มหลงในการบริโภคในข้อมูลข่าวสาร และนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องและความไม่ชาญฉลาดในการคิดไตร่ตรอง ใคร่ครวญ แยกแยะ ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการเป็นผู้บริโภคมากกว่าเป็นผู้ผลิต และตกเป็นเหยื่อทำให้เกิดความเดือนร้อนในสังคมขึ้น ในด้านการเมืองความขัดแย้งทางการเมือง ที่มาจากความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ด้วยความเจริญทางด้านวัตถุ ทำให้ความอยากได้ อยากมี อย่างเป็นเป็นกิเลสที่เข้าครอบงำ กลุ่มชนที่มุ่งความเป็นใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนตนและเครือญาติ ส่งผลให้สังคมเปลี่ยนไป ระบบเศรษฐกิจที่ความเป็นผู้บริโภคนิยม มีค่านิยมของการฟุ้งเฟ้อและฟุ่มเฟือยที่ส่งผลให้สังคมเปลี่ยนไปในเชิงลบ ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และใกล้จะหมดไป และจะทวีความรุนแรงไปสู่ทุกภูมิภาคของโลก ภาวะของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จะทำให้เกิดข้าวยาก หมากแพงมาสู่สังคมโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งความเจริญทางด้านข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถย่อโลกแห่งการสื่อสารให้เล็กลงได้ หรือราบเรียบอย่างไม่น่าเชื่อว่าโลกที่เราอาศัยอยู่กลมจริงหรือเท็จประการใด ซึ่งต่างจากสมัยโบราณ อย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ สังคมไทยที่ไม่สามารถปรับเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคโลกาภิวัตน์ นี้ได้ เราควรต้องมีคลื่นลูกต่อไปเพื่อแก้ปัญหา
คลื่นลูกที่ ๔ ยุคปฏิรูประบบ เพื่อรองรับและเป็นแนวทางให้สังคมไทย สามารถเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
คลื่นลูกที่ ๕ ยุคจริยธรรมเพื่อสังคม เพื่อเป็นการสร้างสังคม ให้คนในสังคมยึดมั่นในหลักศีลธรรม เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม เพื่อจรรโลงสังคมให้อยู่ได้อย่างสงบสุข มุ่งให้ทุกคนดำเนินชีวิตอยู่อย่างพอเพียงภายใต้การดำรงชีวิตที่ชาญฉลาด ใช้สิ่งของที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ลดความขัดแย้งในกลุ่มชน
สร้าง ความสมัครสมานสามัคคีแก่คนในชาติ เกิดความสมานฉันท์ และอยู่อย่างพอเพียง เพื่อสังคมที่มีความสุขเป็นหนทางการแก้ไขของปัญหาสังคม การเมืองและเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน...(ต่อ)
พัสตราภรณ์ คำจันทร์ 50411288 เลขที่ 35 กลุ่มที่ 7
ยุคปฏิรูประบบ มีองค์ประกอบที่ต้องปฏิรูป ๔ ด้าน ดังนี้
ตอบลบ๑. ปฏิรูปการศึกษา จัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก
ปัจจุบัน มุ่งการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต หลักสูตรสำหรับจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ยึดหลักปรัชญา จิตวิทยา สังคมวิทยา ศึกษาปัญหาที่ทำให้การศึกษาไทยล้มเหลวมาในอดีต เพื่อขจัดจุดอ่อนในการจัดการศึกษาเชิงระบบ มุ่งพัฒนาทุกองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ทุกระดับ เพื่อสร้างชุมชนสังคมให้เข็มแข็ง ก้าวสู่สังคมโลกในเศรษฐกิจฐานความรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
๒. ปฏิรูปสังคม เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่ดีงาม ให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
๒.๑ ปลูกฝังค่านิยม ค่านิยมที่ดีงาม เช่น การเคารพผู้อาวุโส ไม่บริโภคสินค้าที่มีราคาแพง
ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การรู้จักรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม ฯลฯ
๒.๒ ถ่ายทอดวัฒนธรรม วัฒนธรรมที่ดีงามที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
เพื่อความเป็นชาติตน ส่งเสริมและเลือกรับวัฒนธรรมที่ดี เป็นต้น
๒.๓ ครอบครัวและสภาพแวดล้อม มีความสำคัญที่จะอบรมบ่มนิสัยให้เด็กเป็นคนดี
ปลูกฝังให้มีความรู้ เกิดความรู้ ความคิดอย่างใคร่ครวญ มุ่งสอนให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ในยุคข่าวสาร คิดอย่างรอบรู้ รอบด้าน นอกเหนือจากโรงเรียนที่อบรมสั่งสอนทั้งด้านความรู้และคุณธรรมจริยธรรม
๓. ปฏิรูปการเมือง ความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มนักการเมือง ส่งผลต่อสังคมไทย ทั้ง
ทางตรงและทางอ้อม สืบเนื่องจากการศึกษาที่ต้องสร้างบุคคลที่ต้องปลูกฝังแนวคิดให้เกิดความรักชาติ รักแผ่นดินผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ สร้างความเจริญรุ่งเรืองในการบริหารประเทศชาติ มากกว่ารักตนเองและผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อลดความขัดแย้งของคนในสังคม
๔. ปฏิรูปเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการเป็นผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค ใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ตามทฤษฎีพอเพียงในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของไทย ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย ลดภาวะเงินเฟ้อ
ส่งเสริมอาชีพอิสระมากขึ้น ขยายแรงงานที่มีคุณภาพที่เป็นแรงงานที่มีทักษะและมีความรู้เฉพาะด้าน
มากขึ้น เตรียมคนให้มุ่งสู่การเป็นชาติอุตสาหกรรมให้พร้อม เพื่อลดปัญหาการว่างงานและปัญหาสังคมในปัจจุบัน
จากบทวิเคราะห์แนวทางการศึกษา พัฒนาการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยสู่ “สังคมแห่งปัญญา” ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จะช่วยให้สังคมไทย รอดพ้นและอยู่รอดในสังคมสามารถปรับตัวให้ทันกับโลกความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกา ภิวัตน์ ด้วยการสร้างสังคมแห่งปัญญาในการดำเนินชีวิตเพื่อความสงบสุขของชาติบ้าน เมืองและความเจริญรุ่งเรืองให้ทันต่อโลกในยุคโลกาภิวัตน์ของคนในชาติต่อไป.
บทวิเคราะห์ของ.... อ. อุ๋ม ครูภาษาไทย
การจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน
ตอบลบทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียน มีความสนใจ สนุกสนานกับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ ซึ่งกิจกรรมก็จะควบคู่ไปกับเนื้อหาสาระการเรียน ทำให้ผู้เรียนได้รับความสนุกพร้อมทั้งความรู้ไปพร้อมๆกัน
อันนี้เราไปเจอมานะ เราคิดว่ามันก็มีความสำคัญเหมือนกัน
ตอบลบการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ท่ามกลางสภาพสังคม
ปัจจุบันนับเป็นสิ่งยากยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เทคโนโลยี ส่งผลกระทบโดยตรง และโดยทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของคน ทุกเพศ ทุกช่วงวัยของชีวิต ปัญหาสังคมได้ทวีความซับซ้อม รุนแรงขึ้นทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีค่านิยมฟุ้งเฟ้อ การเลียนแบบ การแพร่ระบาดของสารเสพติด การก่ออาชญากรรม การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย ความอ่อนไหวทางจิตใจ ฯลฯ
ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุสำคัญ คือ บุคคลไม่รู้จักตนเองและสภาพแวดล้อมที่ดีพอ ขาดทักษะการคิดตัดสินใจแก้ปัญหา และไม่สามารถปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งสถานศึกษาต้องเป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน ช่วยเหลือ ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่เยาว์วัย สร้างกระบวนการที่มุ่งสร้างเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพเหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน มีทักษะการดำเนินชีวิต มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม จริยธรรม
รู้จักการเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา รู้จักคิดตัดสินใจ แก้ปัญหาในช่วงวิกฤต และพัฒนาตนสู่โลกอาชีพ และการมีงานทำ รวมทั้งดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
ประเด็น
ตอบลบ"ปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต"
ปัจจัยที่มีผลต่อการศึกษาของบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้น มีปัจจัยมาจากหลายอย่างตามความคิดของดิฉัน 2 ปัจจัย ดังนี้
1 ปัจจัยภายนอก
1.1 ครอบครัว ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว รวมถึงการให้กำลังใจในยามท้อแท้จากการเรียน
1.2 อายุ การเรียนกับคนที่มีอายุไล่เลี่ยกัน ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าหากว่า การเรียนแบบมีช่วงอายุที่ห่างกันมาก ก็อาจจะเป็นสาเหตุของเรื่องช่องว่างระหว่างวัย การคิด การสื่อสาร การกระทำ อาจจะขัดแย้งกัน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาได้
1.3 พรบ. การศึกษา เป็นกฎหมายที่บังคับให้ผู้เรียน เรียนตามที่กฎหมายกำหนดไว้
1.4 เงิน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้คนมีการศึกษาสูง ดี และ มั่นคง
2 ปัจจัยภายใน
2.1 ต้องการอาชีพที่มั่นคง
2.2 ต้องการเกียรติยศ หน้าตาทางสังคม
2.3 ต้องการมีฐานะการเงินมั่นคง
2.4 ต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม
2.5 ต้องการความสะดวกสบาย ใช้สมองมากกว่า แรงงาน
2.6 มีสติปัญญา ที่สามารถเรียนรู้ได้